Engineered Mesh (เอ็นจิเนียร์ เม็ช) มีดีอะไร



รองเท้าวิ่งผ่านวิวัฒนาการมาหลากหลายยุคสมัย วัสดุในการผลิตต่างก็ปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่ตัวรองเท้าที่ทำด้วยหนังแท้ทั้งคู่และมีพื้นทำจากยาง ค่อยๆ กลายมาเป็นผ้าใยสังเคราะห์กับพื้นโฟม และผ้าตาข่ายกับพื้นโฟมเสริมวัสดุรับแรงรูปแบบต่างๆ จวบจนปัจจุบันที่เทคโนโลยีการผลิตก้าวหน้าเสียจนสามารถพิมพ์รองเท้าทั้งคู่ออกมาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติเพียงเครื่องเดียว อย่างไรก็ตามวัสดุที่แบรนด์ต่างๆ ใช้ทำหน้าผ้ารองเท้าวิ่งที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันกลับเป็นอะไรที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง นั่นก็คือ "engineered mesh"

Engineered Mesh คือ ผ้าตาข่ายที่โครงสร้างในแต่ละจุดถูกปรับแต่งตามความต้องการ

engineered mesh upper

ผ้า "Mesh" 

"Mesh" คือ หน้าผ้าที่มีลักษณะเป็นตาข่าย มีคุณสมบัติในการระบายอากาศและความชื้นได้ดีเนื่องจากโครงสร้างเป็นช่องถี่เท่าๆ กัน ช่วยให้อากาศไหลผ่านได้ตลอดทั้งผืน สามารถแก้ปัญหาเรื่องความอับชื้นได้ดีกว่าผ้าปกติหรือหนังสังเคราะห์และยังมีน้ำหนักเบากว่ามากอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ mesh จึงเข้ามาแทนที่วัสดุเดิมอย่างหนังหรือผ้าบุฟองน้ำในการผลิตรองเท้ากีฬา


Onisuka Tiger Corsair รองเท้ากีฬายุค 60's

NIKE Pegasus ในยุค 80's


ในด้านประโยชน์ใช้สอยแม้ว่าความโปร่งและน้ำหนักเบาของ mesh จะโดดเด่นเกินวัสดุอื่น แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้การผลิตหน้าผ้ารองเท้าวิ่งยังคงต้องใช้วัดุอื่นมาประกอบอยู่ด้วยอย่างขาดไม่ได้ ตัวอย่างเช่นด้านความกระชับมั่นคงและความทนทาน ถึงแม้โครงสร้างของ mesh สามารถยืดหยุ่นให้ความสบายไม่บีบรัด แต่ในการเล่นกีฬาย่อมประกอบด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วรุนแรงในบางจังหวะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลำพัง mesh ไม่สามารถประคองรูปเท้าให้ความมั่นคงแข็งแรงได้  เห็นได้ชัดในรองเท้าวิ่งยุคที่มีวัสดุหนังสังเคราะห์เป็นแถบโครงสร้างและมี mesh เป็นแผ่นปิดช่องต่างๆ หรืออาจจะล้ำขึ้นอีกนิดด้วยแถบ TPU (thermoplastic polyurethane) แบบรีดติดกับหน้าผ้า ดู minimal ขึ้นอีกนิดและน้ำหนักเบาลงอีกหน่อย


Asics Patriot


ผ้า "Engineered Mesh"

"Engineered Mesh" คือ ผ้าตาข่ายที่ล้ำขึ้นอีกขั้นด้วยลักษณะโครงสร้างที่ถูก engineered หรือถูกปรับแต่งโครงสร้างในแต่ละจุดตามความต้องการ สังเกตได้จากลักษณะรูตาข่ายที่ไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ หรืออาจมีลักษณะเป็นผ้าตาข่ายธรรมดาที่แฝงคุณสมบัติการระบายอากาศและมีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปสามารถสังเกตได้ดังนี้

♥  บริเวณที่ถักทอเป็นรูตาข่าย
จะมีความโปร่งระบายอากาศได้ดีและยืดหยุ่นสูงกว่า ซึ่ง
รูดังกล่าวอาจมีลักษณะที่เล็กใหญ่ไล่กันไปเพื่อความสวยงาม

♥  บริเวณที่ถักทอให้แน่นเป็นผืน
จะมีความแข็งแรงทนทานและยืดหยุ่นได้น้อยกว่า มักอยู่ในจุดที่ต้องการให้รับแรงดึงเป็นโครงสร้างให้ความกระชับแก่เท้า หรือในจุดที่ต้องการความทนทานมากกว่า

HOKA Cavu หน้าผ้า engineered mesh แบบชิ้นเดียว




HOKA Speedgoat 4  ใช้ engineered mesh แบบไม่มีแพทเทิร์นรูตาข่าย



ด้วยคุณสมบัติที่ครบเครื่องเช่นนี้ ทำให้ engineered mesh ถูกนำเสนอมาพร้อมกับลักษณะ "ชิ้นเดียวไร้รอยต่อ" หรือ single piece / seamless นั่นเอง ซึ่งยิ่งทำให้รองเท้าวิ่งที่ใช้ engineered mesh นั้นได้เปรียบเรื่องจำนวนองค์ประกอบของโครงสร้างและน้ำหนักรวมของตัวรองเท้าที่ลดลงไป  นอกจากนี้ยังได้เปรียบเรื่องความสวยงามเนื่องจากสามารถออกแบบลวดลายที่เกิดจากการถักทอโครงตาข่ายให้กลมกลืนกับ design โดยรวมของรองเท้าคู่นั้น ซึ่ง pattern ต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการทอและเทคโนโลยีของเครื่องจักรที่แต่ละแบรนด์จะนำมาใช้

HOKA Clifton 6  ใส่สบายขึ้นด้วย engineered mesh 


แม้ว่า engineered mesh จะครบเครื่องและเป็นที่นิยมแค่ไหน เทคโนโลยีการผลิตก็ยังไม่หยุดเติบโตและยังมีวัสดุใหม่ๆ ออกมาสนองความต้องการอยู่เสมอ และแน่นอนว่าวัสดุใหม่จะมีบางจุดที่เหนือกว่า engineered mesh อย่างแน่นอน  ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าทุกอย่างล้วนมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ของใหม่ไม่ได้ดีที่สุดและของเก่าก็ไม่ได้แย่เสมอไป หวังว่าเกร็ดความรู้เรื่องนี้จะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ล้ำลึกมากขึ้น ขอให้สนุกกับรองเท้าวิ่งทุกคู่ที่เลือกใช้  คราวหน้าผู้เขียนจะค้นคว้าและหาอะไรมาเล่า...โปรดรอติดตาม

 

อจฟ


เลือกซื้อสินค้าใน REV Online Store ได้ที่นี่