วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วกับรองเท้าวิ่งที่น่าจับตามองที่สุดของปีนี้ นั่นคือ Saucony Endophin Collection โดยสองตัวแรกที่วางจำหน่ายในไทยได้แก่ Endorphin Pro และ Endorphin Speed วันนี้เราจะพาไปรีวิวทั้งสองรุ่นกัน ในแง่ของความรู้สึกการวิ่ง โดยพิเศษสุดเรามีแขกรับเชิญมารีวิวให้ นั่นคือ แอดอี้ จากเพจ สองคนสี่ขา เย้!! เอาล่ะ ไปดูกันได้เลย



“สวัสดีครับ แอดอี้จากเพจ สองคนสี่ขา นะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ REV ที่ให้รองเท้าทั้งสองรุ่นมาลองทดสอบ และได้มาเป็น Blog รีวิวตรงนี้ (ดูทางการจังอะ)
เอาล่ะ สายลุยไม่คุยเยอะ มาเข้ารีวิวกันเลยดีกว่าฮะ”

Saucony Endorphin Pro
3 สิ่งต้องรู้:
1. ทรงโค้ง Speedroll เพื่อความลื่นไหลในการวิ่ง
2. โฟม PWRRUNPB (พาวเวอร์รันพีบี) โฟมท๊อปสุดของ Saucony
3. แผ่น Carbon Fiber Plate
น้ำหนัก รุ่นผู้ชาย (US 9) 213 กรัม / รุ่นผู้หญิง (US 8) 178 กรัม
Drop 8 มม. (35.5/27.5 มม.)

➡️ ทดลองวิ่งไปทั้งหมด : 45 km (ทั้งลู่วิ่งและถนน)
➡️ ระยะทางที่ทดลองวิ่งต่อเนื่องมากที่สุด : 22 km

ครั้งแรกที่ลองวิ่งคือวิ่งบน Treadmill รู้สึกทึ่งมากเพราะความนุ่มของมัน โดยเริ่ม Warm up ที่ความเร็ว 10.5 km/h แล้วค่อยๆเพิ่มความเร็วไปจนถึง 17 km/h พบว่ายิ่งวิ่งเร็วยิ่งรู้สึกเฟิร์ม วิ่งสนุก เพราะองศาของพื้นรองเท้ามันช่วยส่งให้เราไปด้านหน้า ตอนวิ่งช้าลงก็ยังคงมีความนุ่มจากโฟม PWRRUNPB

หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปลองวิ่งถนน พบว่าครั้งแรกที่วิ่งแบบคุมยากเพราะรองเท้าดีดมาก เรียกได้ว่ารองเท้ามันพยศ นี่รองเท้าหรือม้า!! แต่พอจับจังหวะได้ความมันก็บังเกิด วิ่งไหลยาวๆเพลินๆเป็นรองเท้าที่ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งมัน ยิ่งเฟิร์ม เหมาะแก่การเอาไว้ใช้แข่งหรือซ้อม Interval ก็ดูจะเข้าท่า แต่ต้องระวังนิดนึงคือจังหวะลดความเร็วลงจะหน่วงนิดๆ คือรองเท้ามันยังไม่ยอมเบาลงตามขาเรา มีอารมณ์ติดปลายนวมอยู่ 2-3 ก้าว หาจังหวะลดความเร็วดีๆ รองเท้ามันดุมาก ฮ่าๆ ทั้งพยศ ทั้งดุ เอาเข้าไป

ถึงแม้ว่าจะเด่นคือการเอาไว้ใส่วิ่งเร็ว แต่เมื่อวิ่งช้าลง หรือตอนวิ่ง Cool down เบาๆ ก็ยังเอาอยู่ ไม่กระด้างแต่อย่างใด ให้ความนุ่มแต่ไม่ยวบ สอบผ่านแบบสวยๆเลย

⚠️ ข้อควรระวัง ความที่เป็นรองเท้าที่มี Carbon Plate แรงดีดกลับจากรองเท้าจะค่อนข้างสูง เหมือนพวกปืนแรงๆที่ยิงแล้วฟาดหนักๆ ดังนี้ผู้ใช้ควรมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงพอสมควร

Saucony Endorphin Speed
3 สิ่งต้องรู้:
1. ทรงโค้ง Speedroll เพื่อความลื่นไหลในการวิ่ง
2. โฟม PWRRUNPB (พาวเวอร์รันพีบี) โฟมท๊อปสุดของ Saucony
3. แผ่น Nylon Fiber Plate
น้ำหนัก รุ่นผู้ชาย (US 9) 221 กรัม / รุ่นผู้หญิง (US 8) 192 กรัม
Drop 8 มม. (35.5/27.5 มม.)

➡️ ทดลองวิ่งไปทั้งหมด : 56 km (ทั้งลู่วิ่งและถนน)
➡️ ระยะทางที่ทดลองวิ่งต่อเนื่องมากที่สุด : 22 km

มาต่อกันที่เจ้า Speed ยอมรับเลยว่าหลังจากที่ลองตัว Pro ไปก็ขี้เกียจลองตัว Speed เลย เพราะ Pro มันทำไว้ดีมากไม่อยากลองคู่อื่น แต่เพราะต้องมาเขียนรีวิวนี่แหละเลยต้องลอง...

สัมผัสแรกที่ได้ลองคือ ตกใจมากๆ ไม่คิดว่ารองเท้าตัวรองจะทำออกมาได้ดีสูสีตัวท็อปขนาดนี้ ด้วยราคาที่ต่างกัน 1,000 บาท แต่ความรู้สึกตอนวิ่งต่างกันน้อยมาก แถมยังวิ่งง่ายกว่าด้วย เพราะเปลี่ยนจาก "แผ่นคาร์บอน" เป็น "แผ่นไนลอน" ทำให้พยศน้อยลง ตัว Upper ก็ดูแน่นขึ้น ช่วยซัพพอร์ต ถือเป็นรองเท้าสายสปีดที่มีการซัพพอร์ตดีมากๆ ส่งนน้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นจากตัว Pro เล็กน้อยเท่านั้น จาก 213 เป็น 221 กรัม ที่ขนาด 9 us หนักกว่าแค่ 8 กรัม ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก เหมาะแก่การใส่ซ้อม Interval และ Tempo หรือจะซ้อมทุกวันก็ยังได้ มีความเป็นมิตรมากกว่าตัว Pro พอสมควร

สรุป

➡️ Saucony Endorphin Pro เหมาะแก่การใส่แข่ง ใส่ซ้อม Interval หรือถ้าใครกล้ามเนื้อแข็งแรง ชั่วโมงบินสูงจะใส่ซ้อมทุกวันก็สามารถทำได้
➡️ Saucony Endorphin Speed เหมาะแก่การใส่ซ้อม Interval และ Tempo หรือจะใส่วิ่งเล่นก็ได้เป็นรองเท้าสายสปีดที่มีการซัพพอร์ตที่ดีมาก ๆ
⚠️ ข้อเสีย ทั้งสองรุ่นมีข้อเสียคือ ถ้าเจอพื้นกระเบื้องเปียกๆ อันนี้ต้องระวัง แต่ถ้าพื้นผิวถนนเปียกๆหรือลู่ยางนี่ไม่มีปัญหา มั่นใจหายห่วง

 SHOP SAUCONY ENDORPHIN COLLETION ได้ที่นี่

และติดตามเรื่องราวการวิ่งสนุกๆ จากแอดก้อย แอดอี้ ได้ที่ Facebook Page สองคนสี่ขา

ขอบคุณแอดอี้มากๆ ครับ :)