HOKA ONE ONE  SPEEDGOAT 4  - แพะว่องไวตัวใหม่กำเนิดขึ้นแล้ว


"The Speedgoat" คือสมญานามของนักวิ่งในสังกัดแบรนด์ HOKA ONE ONE นามว่า "Karl Meltzer"  คาร์ลเป็นนักวิ่งอัลตร้าผู้ครองสถิติของการแข่งขัน 100 ไมล์มากที่สุดในโลก ดังปรากฏคำโปรยบนเว็บส่วนตัวของเขาว่า "Winningest 100 mile runner on earth" ถ้าลองศึกษาประวัติของคาร์ลจะพบว่านอกจากเขาจะวิ่งระยะไกลมากแล้วยังวิ่งระยะไกลบ่อยมากๆ อีกด้วย จำนวนครั้งที่เป็นสถิติในแต่ละเรซนั้น ยากจะหาใครมาทำลายลงไปได้  ด้วยเหตุทั้งหมดที่กล่าวมา HOKA จึงได้ตั้งชื่อรองเท้าวิ่งเทรลรุ่นหนึ่งด้วยฉายาของคาร์ล "Speedgoat" และตั้งใจให้เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่สามารถบุกตะลุยไปได้ในทุกเรซที่มีความสมบุกสมบันมากๆ 


HOKA SPEEDGOAT 4

ปัจจุบัน HOKA Speedgoat (ขอเรียกสั้นๆ ว่า SG) พัฒนาต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 4  มีการปรับปรุงในจุดต่างๆ ให้เหมาะสมและตอบสนองต่อการใช้งานของนักวิ่งมากขึ้น โดยยังคงคาแรกเตอร์อันโดดเด่นของโมเดลต้นแบบตั้งแต่เริ่มผลิตเอาไว้ ได้แก่

♥  ชั้น midsole หนาและรองรับซัพพอร์ทเท้าดี แต่น้ำหนักเบา
♥  ทรง Meta-Rocker สไตล์ SG ช่วยให้ก้าวลื่นไหลเร่งรอบขาได้ไวแม้จะดูหนาเทอะทะ
♥  พื้น outsole ยึดเกาะไม่เป็นรองใคร ครอบคลุมหลากหลายพื้นผิวสนาม (Vibram Megagrip)


HOKA Speedgoat 4 (Men-Gold Fushion / Women-Antigua Sand)

ส่วนจุดปรับปรุงใหม่ต่างๆ Speedgoat 4 ก็ปรับทั้งรายละเอียดเพื่อการใช้งานและความสวยงาม ลบข้อเสียในรุ่นที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ผู้เขียนมีโอกาสนำ SG4 มาทดสอบการใช้งาน โดยประเดิมในงานวิ่งอัลตร้าเทรล 2 รายการ ระยะรวมเกือบ 200 กม.เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจของทุกคน หรือจะอ่านเพื่อวางแผนไว้ซื้อรุ่นต่อไปก็ไม่ว่ากัน

"นุ่ม แน่น หนึบ" -คุณแชมป์-

"เด้งกว่าเก่า เอาอยู่ทุกระยะ" -อจฟ-

"รองเท้าวิ่งเทรลที่ ไว้ใจได้ ที่สุดตอนนี้" -คุณเหนียว-


สัดส่วนรูปร่าง

ดร็อป 4 มม. 
Men 9US [32/28],  Women 7US [30/26]
เท่ากับ SG3 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเรื่อง ดร็อป และ ความหนาของพื้นโฟม

น้ำหนัก
Men 306 g.,  Women 263 g.
หนักขึ้นกว่า SG3 เล็กน้อยแต่ใส่แล้วรู้สึกว่าไม่มีความแตกต่าง


TOE BOX จุดบอดในรุ่นที่ผ่านมา...กว้างขึ้นแล้ว!

Speedgoat 4  มีการพัฒนาเพื่อเอาใจนักวิ่งเทรลที่มีความกว้างหน้าเท้า (Ball Width) มากขึ้น และจะวางจำหน่าย SG4 รุ่นหน้ากว้างหรือ wide ในอีกไม่นานนี้ แต่อย่าเพิ่งเทใจไปรุ่น wide กันหมด เพราะรุ่นหน้าปกตินี้ก็ปรับให้ toe box ขยายขนาดจากรุ่น SG2 และ SG3 ขึ้นพอสมควร ผู้เขียนลองถอดแผ่น insole ออกมาเทียบกันระหว่าง SG4 และ SG3 ในไซส์เดียวกันเห็นว่ามีการขยายความกว้างขึ้นมา  อย่างไรก็ดีการเผื่อไซส์รองเท้าก็ยังต้องอาศัยการลองสวมใส่ด้วยตนเอง หรือเทียบขนาดกับที่เคยใส่รุ่นก่อนนี้ประกอบกันดูเพื่อความแม่นยำ (ผู้เขียนแนะนำว่ารองเท้าวิ่งเทรลควรเผื่อมากกว่ารองเท้าวิ่งถนนด้วยนะ) เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นขอให้ข้อมูลส่วนตัวประกอบ ดังนี้

ผู้เขียนใส่รองเท้าวิ่งถนน 9.5 US และเผื่อไซส์ Speedgoat รุ่นก่อนตามด้านล่างนี้
[SG2 - 10.5 US] ต้องเผื่อไซส์เยอะเพราะ toe box แคบ เหลือหน้าเยอะเลยเตะหินบ้างบางครั้ง แต่วิ่งนานแล้วสบายเท้ามาก
[SG3 - 10 US] ลดไซส์จากรุ่น 2 เพราะ toe box บีบน้อยลง รู้สึกแน่นขึ้นกว่าตอนใส่ SG2 แต่ไม่ถึงกับบีบจนเจ็บ 
[SG4 - 10 US] รู้สึกสบายเท้า วิ่งนานๆ ก็ไม่บีบรัด ดาวน์ฮิลล์ก็ไม่ชน .... just right fit! 

toe box หรือ ช่องด้านในช่วงหน้าเท้าของ Speedgoat 4 มีขนาดกว้างขึ้นกว่ารุ่นที่ 2 และ 3

MIDSOLE โฟมพื้นกลางใหม่...สัมผัสเด้งขึ้นกว่าเดิม

เป็นปกติของ HOKA ที่ไม่ยอมเปิดเผยว่าโฟมที่ใช้ทำพื้นรองเท้านั้นมีชื่อเสียงเรียงนามอะไรและ SG4 นี้ก็เช่นกัน แต่เป็นที่รู้กันว่ารองเท้าวิ่ง HOKA เป็นของคู่ใจสายนุ่มและสายซัพพอร์ทแบบไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม สำหรับ midsole ของ SG4 ตั้งแต่ผู้เขียนลองใส่ครั้งแรกก็รับรู้ได้ว่าพื้นมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง...แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ เลยนำไปใส่วิ่งกับระยะจริงพื้นผิวจริงให้รองเท้าถูกนวดจนแน่ใจเสียก่อน ผลที่ได้คือความประทับใจที่รองเท้ามีการพัฒนาโดดเด่นขึ้นจากรุ่นก่อน ขอสรุปไว้เป็นข้อๆ ดังนี้

♥ เด้ง - ความรู้สึกเด้งบริเวณ forefoot สัมผัสได้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม(มากกว่า SG3) สำหรับผู้เขียนรู้สึกว่าคล้ายกับ EVO Speedgoat 
♥ เฟิร์ม
- ยืน/เดิน/ลงน้ำหนักบนฝ่าเท้าแล้วไม่รู้สึกนุ่มยวบ มีความ stable คล้ายกับ SG3 แต่เฟิร์มกว่า SG2
♥ นุ่ม รับแรงกระแทก - ยังคงให้ความสบายกับฝ่าเท้าได้ดีในการ downhill หรือแม้กระทั่งการเหยียบหินหรืออุปสรรคบนพื้นต่างๆ



UPPER วัสดุหน้าผ้าใหม่...กระชับมั่นคงกว่าเดิม

หน้าผ้าของ SG2 และ SG3 เป็น engineered mesh ที่ใส่สบาย(ถ้าไม่บีบเท้า)และระบายอากาศดีอยู่แล้ว แต่มีข้อเสียคือมันสามารถยืดขยายตามการใช้งานได้ ซึ่งเมื่อใส่วิ่งไปสักพักจะทำให้รู้สึกหลวมและไม่กระชับเท้า ต้องปรับการผูกเชือกรองเท้าใหม่เพื่อให้รู้สึกกระชับเหมือนเดิม ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากเชือกรองเท้าที่สามารถยืดตัวได้ด้วย 

หน้าผ้าใหม่ของ Speedgoat 4 พร้อมแถบ 3D printed เสริมความกระชับ

ในรุ่น SG4 มีการเปลี่ยนเป็น mesh แบบใหม่ผสานกับแถบ 3D printed ที่รีดติดอยู่ ให้ความกระชับกับเท้าดีแม้จะผ่านการวิ่งไปสักระยะแล้ว จากการทดสอบวิ่งระยะ 110 กม. และ 50 กม. รู้สึกได้ว่าฝ่าเท้าถูกล็อคกระชับไว้อย่างดีกับตัวรองเท้า ไม่มีการยืดขยายตัวจนเกิดช่องว่างให้เท้าพลิกหรือไหลไปมาภายใน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เช่น เท้าพอง ข้อเท้าพลิก เป็นต้น


OUTSOLE ยาง Megagrip เดิมแต่วางแพทเทิร์นใหม่

สำหรับรองเท้าวิ่งเทรล Speedgoat นั้นได้รับการยอมรับในวงกว้างอยู่แล้วถึงเรื่องการยึดเกาะที่ดี เกือบทุกสภาพพื้นผิวที่ถือว่า technical นั้นพื้น Vibram Megagrip เอาอยู่ มีเพียงไม่กี่อย่างที่ไม่ว่ารองเท้ารุ่นไหนๆ ก็ต้องยอมสยบนั่นคือ -โคลนและหินที่มีตะไคร่ขึ้น-  นอกจาก 2 อย่างนี้ Speedgoat 4 สามารถพาท่านผ่านไปได้สบายไร้กังวลแน่นอน  นอกจากนี้พื้นของ SG4 ยังการปรับเปลี่ยนลักษณะการวางแพทเทิร์นของดอกยางเล็กน้อย มีการแบ่งโซนของยางออกเป็น 2 ส่วนแยกสีกันชัดเจน และตัวดอกยางมีการเพิ่มรายละเอียดพื้นผิวขรุขระและขอบนอกแบบเป็นชั้นขั้นบันได ซึ่งจุดนี้ผู้เขียนมองว่ามีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสำหรับการยึดเกาะที่ดีขึ้นนั่นเอง
 



GUSSETED TONGUE ลิ้นรองเท้าบางลงและกันเลื่อน

ลิ้นรองเท้าเคยเป็นประด็นปัญหาของ SG2 ตรงที่มันชอบเลื่อนออกไปข้างๆ เวลาวิ่งทำให้เกิดช่องให้เศษดินทรายเข้าเท้าได้ง่าย และเกิดความไม่กระชับสบายเท้าอีกด้วย ซึ่งปัญหานี้ได้ถูกแก้ตั้งแต่ SG3 แล้ว โดยที่แผ่นลิ้นรองเท้าจะถูกเย็บด้วยแถบผ้ายืดทั้ง 2 ข้าง ทำหน้าที่เป็นโครงประคองลิ้นรองเท้าให้อยู่ตรงกลางตลอดเวลานั่นเอง ส่วนใน SG4 นั้นพัฒนาขึ้นอีกระดับด้วยวัสดุแบบโปร่งและบางลง ทำให้ระบายอากาศได้ดีขึ้นอีกด้วย

จริงแล้ว Speedgoat 4 มีการพัฒนาในจุดยิบย่อยอีกมากแต่ไม่ถือเป็นประเด็นที่จับต้องได้อย่างชัดเจน ซึ่งภาพรวมถือว่าดีขึ้นในระดับที่น่าพอใจ(อย่างน้อยๆ ก็เรื่องหน้ากว้างขึ้นมาก) แต่ก็อาจจะมีบางจุดที่ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกในอนาคต


สรุป

จุดเด่นโดยรวมของ Speedgoat 4

♥  toe box กว้างขึ้น และยังมีรุ่น wide สำหรับคนเท้ากว้างมากๆ 
♥  พื้นกลางตอบสนองดีขึ้น stable มากขึ้น สัมผัสถึงความว่องไวขึ้นกว่ารุ่น SG3
♥  หน้าผ้ากระชับเท้าได้ดี ไม่โคลงเคลงไม่หลวมขณะวิ่ง
♥  ยึดเกาะดี มั่นใจได้ทุกพื้นผิวเช่นเดิม

Speedgoat 4 วางจำหน่ายในวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 12.00น. อย่างเป็นทางการ  รีบคลิกไปตำกันได้เลยด้านล่างนี้หรือที่ร้าน REV RUNNR Central World


การวิเคราะห์นี้เป็นมุมมองของผู้เขียนที่ได้คลุกคลีกับผลิตภัณฑ์และพยายามชี้ช่องให้เกิดความกระจ่างในเชิงการทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์  ทั้งนี้จะจริงเท็จอย่างไรต้องอาศัยผู้ที่ได้สวมใส่ทำความรู้จักกับตัวรองเท้าเองด้วย ผู้เขียนขอให้ข้อคิดว่ารองเท้าวิ่งทุกรุ่นล้วนแต่มีจุดเด่นที่ผู้ผลิตพยายามนำเสนอซึ่งไม่อาจเปรียบเทียบกันตรงๆ ระหว่างโมเดลหรือแบรนด์ ช่องว่างที่เกิดขึ้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็คือจุดเสียซึ่งอาจไม่เป็นที่พอใจของผู้ใช้งานได้เช่นกัน

by: อจฟ
สนับสนุนการรีวิวโดย #REVRUNNR
#review #HokaOneOne #Speedgoat4 #timetofly