Trend รองเท้าวิ่งปังใน 2020

 best2020_1รองเท้าวิ่งที่ Best ในด้านต่างๆ ปี 2019 ของ Runner's World UK

กระแสการแข่งขันของเทคโนโลยีในรองเท้าวิ่งยังคงรุนแรงต่อเนื่องจาก 2019 มาสู่ 2020 และเราได้เห็นกันแล้วว่าอะไรปังและอะไรโดนบดบังหายไป วันนี้ผู้เขียนขอเอากระแสต่างๆ มาสรุปรวมไว้ให้ดูกันพอสังเขป เอาไว้ช่วยตัดสินใจหรือป้ายยาตัวเองกับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น ก็ในเมื่อของมันต้องมี ก็ขอให้มีแบบที่อินเทรนด์หน่อยนะ

รองเท้าวิ่งแบบไหนปังใน 2020

  1. มี Max Cushion หรือพื้นหนานุ่ม

นักวิ่งและวงการวิ่งในบ้านเราเติบโตและพัฒนาตัวเองขึ้นอย่างรวดเร็ว (ยังไม่นับว่าสำเร็จหรือบาดเจ็บเป็นจำนวนเท่าไหร่) การพัฒนาที่ว่านี้เกิดขึ้นในแง่ของการขยับระยะวิ่ง จาก fun run สู่ mini marathon  half marathon และ full marathon ตามลำดับ บ้างก็ขยับอย่างก้าวกระโดดหรือข้ามสู่การวิ่งในระยะ ultra marathon หรือ ultra trail ในระยะเวลาเพียง 2-3 ปีนี้เอง (ผู้เขียนเองขอยอมรับว่าเริ่มเสพติดการวิ่งระยะ ultra แล้วเช่นกัน)

best2020_2

จากเหตุข้างต้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เหล่านักวิ่งเริ่มหันมาใช้รองเท้าวิ่งที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า ให้ความรู้สึกนุ่มสบายกับเท้าและอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอาการบาดเจ็บจากการวิ่งซึ่งเป็นกีฬาแบบ high impact ได้ดี  ซึ่งก็สอดคล้องกับรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ๆ หลายแบรนด์ที่เริ่มพัฒนารองเท้าวิ่งพื้นหนานุ่มออกมาให้เห็นในเวลาไล่เลี่ยกัน แม้ไม่นับรวม HOKA ONE ONE แบรนด์ที่ยึดมั่นจุดยืนนี้มาโดยตลอดอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น NIKE Infinity React Run, SAUCONY Triumph 17, ON Cloud Stratus, Altra Duo / Paradigm เป็นต้น

 

  1. พื้นทรง Rocker หรือพื้นโค้งเก้าอี้โยก

อีกคุณลักษณะของรองเท้าวิ่งที่เริ่มเป็นที่แพร่หลายเกือบทุกแบรนด์ จริงแล้วไม่ได้เป็นของใหม่อะไร แต่ถูกยกมาเป็นไฮไลท์อีกครั้งในปัจจุบัน นั่นคือพื้นทรงโค้งเหมือนเก้าอี้โยกหรือที่เรียกว่าพื้นทรง “Rocker” นั่นเอง  พื้น Rocker มีประโยชน์เรื่องการส่งแรงใน gait cycle ของฝ่าเท้าแต่ละก้าวตั้งแต่ initial contact > midstance > propulsion ให้ไหลลื่นไม่มีสะดุด แถมยังช่วยลดความเสี่ยงจากแรงกระแทกที่กระทำในจังหวะ initial contact หรือ foot stike อีกด้วย เหตุเพราะความโค้งช่วงส้นเท้า(หากมี) จะเปลี่ยนจุดสัมผัสและองศาของแนวแรงที่กระทำกับส้นเท้านั่นเอง

best2020_3NEXT% รองเท้าที่ร้อนแรงที่สุดในวงการตอนนี้ ยังเป็น rocker shape 


  1.  มีแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์

อีกวัสดุที่รองเท้าวิ่งเน้นเด้งดีดในยุคนี้จะขาดไปไม่ได้ นำวงการโดย NIKE Zoom Vaporfly Elite ของเฮียคิปโชเก้ตั้งแต่ Breaking 2 Project จนหลายแบรนด์เริ่มเอาแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์มาใส่ในรองเท้าวิ่งสายสปีดกันถ้วนหน้า ตัวอย่างเช่น HOKA CarbonX, SAUCONY Endorphin Pro เป็นต้น  

best2020_4Saucony Endorphin Pro ที่กำลังจะมาในปีนี้ ก็ใส่แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์มาด้วย

ถ้าไม่นับเรื่องวัสดุ “คาร์บอนไฟเบอร์” ที่โดดเด่นเรื่องความเบาและแกร่งสุดๆ คอนเซ็ปต์การนำแผ่นเสริมโครงสร้างมาใช้ในรองเท้าวิ่งมีมาให้เห็นกันสักพักแล้ว แต่อาจจะมาในรูปของแกนพลาสติกหรือแผ่นพลาสติกขึ้นรูปแบบต่างๆ เสริมอยู่ใน midsole ของรองเท้าวิ่ง ช่วยทั้งในเรื่องหลักการคานดีดคานงัด หรือเป็นโครงสร้างกันการบิดผิดรูปของอุ้งเท้าขณะวิ่งนั่นเอง ตัวอย่างเช่น ON Cloud ทุกรุ่นมี Speed Board ที่มีคุณสมบัติต่างกันไป

 

  1. วัสดุพื้นน้ำหนักเบา / เด้ง

ความเบาเคยเป็นเครื่องมือแบ่งประเภทรองเท้าวิ่งเมื่อหลายปีก่อน โดยเฉพาะรองเท้าวิ่งที่ถูกจัดอยู่ในสาย racing จะต้องเบาเป็นสำคัญ นั่นเองทำให้รองเท้าวิ่งสายสปีดในยุคก่อนถึงต้องมีพื้นบางและหน้าผ้าแทบไม่ต่างจากมุ้งเพื่อให้มีน้ำหนักรวมแตกต่างจากรองเท้าประเภทอื่นจนเห็นได้ชัด

best2020_5midsole foam ในปัจจุบันแข่งกันเบาและเด้งคืนแรง ทนทานหรือไม่ต้องลอง

ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีการผลิตพัฒนาขึ้นทำให้นิยามความเบาเป็นเรื่องหลักที่รองเท้าวิ่งทุกประเภทต้องมี ประกอบกับกระแสความนิยมในการวิ่งที่เน้นการทำสถิติ คุณสมบัติการรองรับแรงกระแทกและตอบสนองคืนแรงส่งนั้นถือเป็นของคู่กัน วัสดุพื้น midsole ในยุคนี้จึงหนีไม่พ้นโฟมหลากชนิดหลายเทคนิคการผลิตเพื่อให้มีคุณสมบัติที่ต้อง “เบา” มาเป็นอันดับแรกและสามารถ “เด้ง” ได้ดีในทุกก้าวเมื่อได้ลองสวมใส่ ดังนั้นในปีนี้และที่ผ่านมาจะเห็นว่าทุกแบรนด์จะมีโฟมชื่อใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดให้นักวิ่งได้ลองกันนั่นเอง ผู้เขียนเองก็ยังลองไม่ครบเลย...เยอะจริงๆ ใครชอบแบบไหนก็ลองเลือกกันดู 

 

  1. การออกแบบที่ดู Fast โฉบเฉี่ยว

ถึงเทรนด์พื้นหนากำลังมาแต่จุดหนึ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นได้ชัดก็คือ นักวิ่งส่วนใหญ่ยังชอบรองเท้าวิ่งที่ดูไม่เทอะทะและให้ความรู้สึก Fast ซึ่งอาจจะฟังดูขัดแย้งกันอยู่ แต่จริงแล้วแบรนด์ต่างๆ ตระหนักในเรื่องนี้ดี การออกแบบรองเท้าวิ่งในปัจจุบันจึงมีสไตล์ที่คล้ายกัน ถึงแม้จะเป็นรองเท้าสาย support แต่มีเส้นสายโค้งเว้าที่ช่วยให้สัดส่วนรองเท้าไม่ดูอวบอ้วนจนเกินไป ซึ่งสื่อถึง performance ที่ดีของตัวรองเท้าด้วย  เทียบให้เห็นภาพกับรถยนต์ในปัจจุบันก็เหมือนรถบ้านเครื่อง 1300-1500 ซีซี แต่ตัวถังออกแบบดูโฉบเฉี่ยวเหมือนรถคอนเซ็ปต์สปอร์ตรุ่นดังของแบรนด์ 

Alphafly_sketch
Sketch by the Author of the Nike AlphaFly Prototype used by Kipchoge to run a 1:59 Marathon. Design by Nike.
from : directivecollective.com



ทั้งหมดนี้เป็นการคาดเดาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดรองเท้าวิ่งของปีที่ผ่านมาและยังคงอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่แน่ว่าในวันพรุ่งนี้อาจจะมีสักแบรนด์ที่ประกาศเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นจุดเปลี่ยนกระแสอีกก็เป็นได้ ท่านที่ได้อ่านคิดเห็นอย่างไรหรือแอบรู้อะไรมาสามารถพูดคุยกันใน comment ด้านล่างได้นะครับ แล้วมีอะไรใหม่จะเขียนมาให้อ่านกันอีก  สวัสดีครับ




อจฟ